On the way to the Netherlands : Step 1 [การสอบ IELTS ครั้งแรก!!]




จะไปเที่ยวเนเธอร์แลนด์เหรอ?



ไม่จ้า รอบนี้เราจะไม่ไปแบบเอาเท้าแตะๆวีคสองวีคแล้วกลับ ไม่ใช่แบบนั้นแน่นอน เพราะเราจะ...ไป! เรียน! ต่อ! (ปรบมือ)


เรียนต่อต่างประเทศ...คำนี้เป็นคำที่ไกลตัวมากๆเลยนะเอาจริง เพราะถ้าบ้านไม่ได้รวย มีเงินเป็นล้านๆนี่คืออย่าได้คิด อย่าได้หวังเชียว เดี๋ยวจะได้ฤกษ์ขายบ้านซะเปล่าๆ (ฮ่าๆ) เพราะฉะนั้นทางเลือกเดียวสำหรับเด็กที่มีฐานะปานกลางแบบเราล่ะ ต้องทำไง?


คำตอบเดียวเลย...ทุน ทุน และทุนเท่านั้น


ขอออกตัวก่อนเลยว่านอนอนั้นบ้านจน เพราะฉะนั้นการไปเรียนครั้งนี้ก็คือไปแบบนักเรียนทุนนั่นเอง ส่วนเรื่องทำไมต้องไปเนเเธอร์แลนด์น้านนน เป็นสนองนี้ดส่วนตัวล้วนๆ เพราะโจทย์หลักของเราคืออยากไปยุโรปโซนกลางๆ เพราะเพื่อจะได้ข้ามไปเที่ยวประเทศอื่นๆได้ง่ายๆ เอ้า!! ใครเค้าจะไปเรียนอย่างเดียวกันล่ะ เสียเที่ยวแย่เลย หุหุ


การเลือกมหาลัยที่จะเรียนต่อของแต่ละคนเนี่ย เหตุผล และหลักเกณฑ์ก็จะแตกต่างกันไป บางคนเลือกที่แรงค์ต้นๆก่อน บางคนเลือกที่โลเคชั่นก่อน บางคนเลือกจากวิชาที่จะไปแล้วไปดูแรงค์อีกทีก็มี ขึ้นอยู่กับว่าเราให้ความสำคัญกับอะไรมากกว่ากัน ตอนนอใกล้เรียนจบมีอาจารย์ท่านนึงเคยบอกไว้ว่า บางทีเวลาเลือกมหาลัย ชื่อเสียงและความดังของมหาลัยก็ควรจะมีส่วนสำคัญเหมือนกัน! เพราะอะไรน่ะเหรอ เพราะบางทีที่ๆเราไปเรียนอาจจะไม่มีคนรู้จักก็เป็นได้ เวลาเอาไปโม้ก็จะต้องเสียเวลาอธิบายอีกยาวเหยียด ขาดอรรถรสกันพอดี ซึ่งอันนี้นอก็ฟังและเก็บมาจำใส่กะโหลกทันที


อ่ะๆๆ เรื่องมหาลัยก็เอาไว้เท่านี้ก่อน ไม่ใช่อะไร ยังไม่ได้ตัดสินใจซักที วันนี้หลักๆเลยคืออยากมารีวิวการสอบไอเอลเท่านั้นแหละ (รีวิวหรือบ่นอันนี้ไม่แน่ใจ)



โอเค...เริ่ม!!







IELTS with IDP



การสอบ IELTS หรือที่เรียกเต็มๆว่า International English Language Test System เนี่ย ที่บ้านเราจะมีสถาบันที่จัดสอบอยู่ด้วยกัน 2 สถาบัน คือ British Council และ IDP ซึ่งราคาของแต่ละสองที่จะเท่ากัน (ไม่มีส่วนลดแต่อย่างใดจ้า) และจะมีการจัดสอบเกือบทุกอาทิตย์ของทุกเดือนเช่นเดียวกัน สิ่งที่แตกต่างกันของสองสถาบันนี้นะ หลักๆเลยก็คือสถานที่จัดสอบ Facilities ตั่งต่าง ที่เอาจริงคือก็ไม่ได้แตกต่างกันขนาดนั้น แต่สำหรับบางคนอาจจะส่งผลต่อสวัสดิภาพการสอบของตัวเองเลยก็ได้!!  


จากประสบการณ์ตรง แลัคำบอกเล่าของคนใกล้ตัวที่เคยไปสอบ ประเด็นที่นอมองว่าส่งผลต่อการสอบเลยมีอยู่ 3 เรื่องด้วยกัน


ข้อหนึ่งเลย คือ หูฟังจ้า อย่างที่ทุกคนทราบกันดี การทดสอบทักษะการฟังนั้นเป็นส่วนหนึ่งของการสอบไอเอล และสำหรับบางคน หูฟังอาจจะสิ่งที่สำคัญมากๆ เพราะถ้าดันได้หูฟังไม่ดี หรือได้แบบที่ไม่ใช่ทาง ไม่เหมาะกับเรา อันนี้คืออาจจะพังไปทั้งพาร์ทเลยก็ได้ ซึ่งปัจจัยนี้เคยเป็นข้อเสียของ IDP มาก่อน เนื่องจากแต่ก่อนเค้าจะเปิดจากลำโพงแทน อ่ะ...ที่นี้ก็ตามเวรตามกรรมเลยแล้วกัน ใครได้ระดับเสียงที่โดนก็โชคดีไป แต่ตอนนี้ IDP ได้เปลี่ยนเป็นหูฟังแบบเฮดโฟนแล้ว และจะบอกว่าเสียงดีมากกกกกกกกก คือปรับเสียงเองได้ และตัดเสียงรบกวนจากรอบข้างได้ดีมากๆ เหมือนนั่งทำข้อสอบอยู่คนเดียวเลยอ่ะเอาจริง


ข้อต่อมา คือ จำนวนผู้เข้าสอบในแต่ละรอบ อันนี้เป็นสิ่งที่นอได้ยินมาจากปากของเพื่อน และครูสอนภาษาอีกที คืออันนี้ไม่ได้จะดิสเครดิตอะไร แต่อยากจะให้ข้อมูลไว้เผื่อจะช่วยในการตัดสินใจได้ ด้วยความที่เรตติ้งของสองสถาบันนี้ค่อนข้างต่างกัน ในการสอบแต่ละรอบนั้นจำนวนคนก็เลยต่างกันไปด้วย ซึ่งคนส่วนใหญ่จะเลือกสอบที่ British Council ค่ะคุณ จากการให้ปากคำของเพื่อนนอ บอกเลยว่าคนเยอะมากกกก และการที่คนเยอะๆเนี่ย จะส่งผลโดยตรงกับพาร์ทสอบพูดของเราเลยล่ะ เพราะถ้าเราได้คิวหลังๆนี่คือรอนานมากเลยนะขอบอก ซึ่งนอคิดว่ายิ่งรอนานมันยิ่งจิตตกอ่ะ (ส่วนตัวนะ) หรือบางทีอยากไปทำอย่างอื่นแล้ว แต่ก็ต้องมานั่งรอ อะไรยังงี้อ่ะ 


อ่ะ พูดงี้อาจจะเหมือนอวย IDP ไป จะมาบอกข้อสุดท้ายที่เราว่าเป็นข้อเสียของ IDP กัน คือ สำหรับคนที่ไม่ได้จะสอบแบบ UKVI เนี่ย ถ้าอยากสะดวกสอบวันอาทิตย์ล่ะก็ ไม่มีช้อยนั้นให้คุณค่ะ เพราะยังไงก็ต้องมาทำเปเปอร์เทส (พาร์ทฟัง อ่าน เขียน)ในวันเสาร์อยู่ดี และถ้าเลือกสอบวันเสาร์หรือวันพฤหัส สถานที่สอบเปเปอร์เทสกับสปีกกิ้งเทสจะเป็นคนละที่กัน (แต่ไม่ได้ไกลจากกันเท่าไหร่ สามารถเดินได้ถ้ามีเวลา) ซึ่งถ้าใครได้คิวแรกๆก็อาจมีร้อนๆหนาวๆกันบ้างละนะ


สามเรื่องที่บอกมาอาจจะเป็นเรื่องที่สำคัญ หรืออาจจะไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับบางคนเลยก็ได้ ทั้งนี้ นอตั้งใจจะให้ข้อมูลไว้สำหรับประกอบการพิจารณา เพราะการสอบแต่ละครั้งนั้น ค่าใช้จ่ายสูงมากๆ ยิ่งถ้าเป็นแบบ UKVI ก็จะยิ่งแพงเข้าไปใหญ่ ชนิดที่ว่าสอบครั้งนึง กินแกลบไปทั้งเดือนเลยก็เป็นได้


ดังนั้นในการสอบแต่ละครั้ง อยากให้ทุกคนตัดสินใจให้ดี เลือกในสิ่งที่มันจะเอื้อกับคะแนนของเรามากที่สุด เพราะปัจจัยเพียงเล็กๆน้อยๆก็อาจจะมีผลกระทบต่อคะแนนสอบของเราได้ อย่างรุ่นพี่ของเราคนหนึ่ง เจอคนข้างๆนั่งสั่นขาตลอดเวลา สรุปครั้งนั้นไม่มีสมาธิสอบ ต้องไปสอบใหม่อีกรอบเลย เพราะฉะนั้นแล้ว ปัจจัยอะไรที่เราสามารถควบคุมได้ ขอให้เราได้เป็นคนเลือกมันเองจะดีกว่าเนาะ :)




การเตรียมตัวสอบ

สำหรับนอนั้น นอยอมกัดฟันจ่ายเงินไปเรียนค่ะ เพราะรู้สึกว่าการฝึกเขียนและพูดนั้น เราไม่สามารถฝึกได้ด้วยตัวเองได้ (ส่วนตัวนะคะ) เพราะไอเอลจะมีรูปแบบและการให้คะแนนที่มีหลักเกณฑ์อยู่ ดังนั้นนอเลยเลือกที่เริ่มต้นที่การเรียนก่อนเลย 


สถาบันที่นอไปเรียนถือว่าดีมากที่เดียว มี Facilities สำหรับการฝึกฝนเยอะมากๆ มีบริการตรวจข้อเขียนให้เราคอร์สละ 30 ครั้ง และมีคลับต่างๆให้เข้าตามความสนใจ นอกจากนี้ก็จะมีฝึกฟัง ฝึกอ่านตามแต่สะดวกด้วย แต่จะบอกว่าคุณภาพและวิธีการสอนของครูแต่ละคนก็จะต่างกันออกไป อยู่เราแรนดอมไปเจอใครค่ะ ตัวนอโชคดีได้ครูดีทั้งสองคอร์สที่เรียน ก็ถือว่าโอเคเลยล่ะ ได้ความรู้กลับมาเยอะมากๆ น่าเสียดายที่ทิ้งช่วงสอบนานไปหน่อย


ทีนี้ สิ่งที่ได้จากการลงเรียนก็คือการพูดและการเขียน ส่วนพาร์ทฟังและอ่านเราต้องมาฝึกฝนเองค่ะ โดยหลักๆเลยนอก็จะฝึกกับแบบฝึกหัดไปเลย ขยันทำบ่อยๆก็จะจับจังหวะได้เอง แต่ค่ะแต่ หลายๆคนรวมถึงนอเอง อาจจะประสบปัญหากับการฝึกฟังค่ะ ช่วงแรกๆคะแนนที่ออกมาอาจจะดูไม่ได้เลยทีเดียว สิ่งที่นอทำคือถอยออกมาก่อนค่ะ เพราะถึงดันทุรังทำไปก็ไม่ได้ช่วยให้เราฟังออกมากขึ้นหรอก นอเปลี่ยนไปฟัง Podcast แทนค่ะ ฟังพวกข่าวหรือสกู๊ปอะไรอย่างนี้แทน เพราะถ้าไปฟังเพลงหรือดูหนังเนี่ย ภาพและเนื้อหามันจะเอื้อเราค่ะ บางทีฟังออกแต่ดูภาพเราก็สามารถเข้าใจได้ แต่การฟังข่าวที่มีแต่เสียงอย่างเดียวและเนื้อหาแรนดอมเนี่ย จะช่วยฝึกเราได้มากกว่า ซึ่งวิธีนี้นอว่าเวิร์คมากๆเลย ต้องขอบคุณรุ่นน้องคนนึงที่แนะนำมา


นอกจากนี้ ปัญหาอีกอย่างที่หลายๆคนอาจจะเจอก็คืออ่านข้อสอบไม่ทันค่ะ ยิ่งข้อหลังๆจะมีเวลาให้อ่านน้อยมากๆ อีกเคล็บลับที่นอไปเจอมา และคิดว่าช่วยมากๆคือการอ่านข้อหลังๆก่อนค่ะ คือระหว่างที่เทปกำลังบรรยายข้อสอบช่วงแรกๆเนี่ย จะมีเวลาอยู่ประมาณหนึ่ง ให้เราใช้ช่วงเวลานี้รีบไปอ่านข้อท้ายๆก่อนเลย หรืออาจจะอ่านช่วงที่เป็นช้อยส์ก็ได้ ส่วนข้อ 1-5 ให้รีบกลับมาอ่านก่อนถึงช่วงเทปเล่นก็ยังทันค่ะ เพราะจะเป็นการเติมคำง่ายๆ บางคนอ่านไปทำไปก็ไหวอยู่ ใครที่เจอปัญหานี้ ลองเอาไปทำกันดูนะคะ


สุดท้ายนี้ก็หวังว่าโพสนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับคนที่หลงเข้ามาอ่านน้า และก็ขอให้เพื่อนๆโชคดีกับการสอบทุกคน ส่วนตัวนอเองก็ต้องรอลุ้นเหมือนกัน ถ้าเกิดคะแนนออกมาเป็นที่น่าพอใจ ต่อไปก็จะมารีวิวการเขียน SOP และเอกสารที่ต้องเตรียมในการสมัครจ้า















Comments